นาฬิกา Rolex Datejust 41 ของ Rolex ใหม่ 2026 - นำสว่าง

นาฬิกาใหม่ปี 2026

Datejust 41 ของ Rolex
สมบูรณ์แบบในทุกมิติ

ในครั้งนี้ Rolex นำเสนอ Oyster Perpetual Datejust 41 รุ่น White Rolesor (ผสมผสานระหว่าง Oystersteel และทองคำขาว) เผยมิติใหม่แห่งรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและหรูหราด้วยหน้าปัดสีเขียวออมเบรเคลือบเงา นาฬิกา Datejust 41 ผสานเอกลักษณ์โดดเด่นต่างๆ ของแบรนด์ไว้ร่วมกันอย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นขอบตัวเรือนแบบเซาะร่อง สีเขียวอันโดดเด่น สตีลคุณภาพชั้นยอด และทองคำขาวล้ำค่า

Rolex video | Nam Sawang
Rolex video | Nam Sawang

หน้าปัดสีเขียวออมเบรเคลือบเงา

หน้าปัดของนาฬิกา Datejust 41 รุ่นใหม่เป็นแบบเคลือบเงาทั้งชิ้น โดยถือเป็นครั้งแรกสำหรับหน้าปัดแบบออมเบร นับตั้งแต่การนำดีไซน์นี้กลับมาสู่แคตตาล็อกของแบรนด์ในปี 2019 โดยเคลือบเงาด้วยแลคเกอร์สีเขียวในส่วนฐาน จากนั้นจึงใช้วิธีเดียวกับการรังสรรค์หน้าปัดออมเบรทั่วไป คือพ่นแลคเกอร์สีดำไล่ระดับความเข้มเข้าสู่จุดศูนย์กลาง เพื่อแต่งระดับเฉดสี และมาพร้อมการสลักตัวอักษรสีขาวโดดเด่นสะดุดตา และมีเครื่องหมายบอกชั่วโมงอินเด็กซ์แบบโครมาไลท์ และหน้าต่างวันที่ยังมองเห็นได้ชัดเจนและสะดุดตายิ่งขึ้นด้วยขอบออมเบรในสีที่ตัดกัน เผยมิติใหม่แห่งรูปลักษณ์ของนาฬิกาไอคอนิก ที่ยังคงคุณสมบัติเฉพาะตัวของนาฬิกาประจำตระกูล Oyster

หน้าปัดสีเขียวออมเบรเคลือบเงา Rolex ในประเทศไทย - นำสว่าง

ขอบตัวเรือนแบบเซาะร่อง
เอกลักษณ์ระดับตำนาน

ขอบตัวเรือนแบบเซาะร่องรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษจากโลหะล้ำค่าเท่านั้น ก่อนหน้าที่จะกลายเป็นอัตลักษณ์ความงามของนาฬิกา Rolex รุ่นคลาสสิกนั้น ดีไซน์เซาะร่องเคยออกแบบมาเพื่อให้ช่างทำนาฬิกาใช้ยึดขอบตัวเรือนลงบนตัวเรือน Oyster เพื่อเสริมประสิทธิภาพการกันน้ำของนาฬิกา

White Rolesor
พันธมิตรแห่งอัลลอย

Rolesor คือหนึ่งในอัตลักษณ์ของแบรนด์นับตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1930 และเป็นการหลอมรวมกันระหว่างทองคำและสตีล ที่สะท้อนความประณีตงดงามและความแข็งแกร่งที่มาบรรจบกัน โดยแนวคิดนั้นแสนเรียบง่าย กล่าวคือบางส่วนของตัวเรือนและสายนาฬิกาผลิตจากทองคำ ทองคำขาว หรือ Everose gold ส่วนองค์ประกอบอื่นจะใช้วัสดุ Oystersteel สำหรับในรุ่น White Rolesor มีเพียงขอบตัวเรือนเท่านั้นที่ทำจากทองคำขาว

White Rolesor Rolex ในประเทศไทย - นำสว่าง

สายนาฬิกา Oyster
ไอคอนิกและทนทาน

นาฬิกา Oyster Perpetual Datejust 41 รุ่น White Rolesor โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีเขียวออมเบรเคลือบเงาที่เคียงคู่มากับขอบตัวเรือนแบบเซาะร่องและสายนาฬิกา Oyster สายนาฬิกาที่มาพร้อมชุดข้อสายแบบสามข้อนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1930 และเป็นที่เลื่องลือในด้านความทนทาน โดยติดตั้งมาพร้อมตัวล็อค Oysterclasp แบบพับได้ และตัวสายยังประกอบด้วยระบบขยายความยาวสาย Easylink ที่พัฒนาโดยแบรนด์เอง ซึ่งช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถปรับเพิ่มความยาวของสายโลหะประมาณ 5 มม. ได้อย่างง่ายดาย

สายนาฬิกา Oyster Rolex ในประเทศไทย - นำสว่าง

คาลิเบอร์ 3235
เทคโนโลยีระดับแนวหน้า

นาฬิกา Datejust 41 มาพร้อมกับคาลิเบอร์ 3235 ซึ่งเป็นกลไกการทำงานที่พัฒนาและผลิตขึ้นโดย Rolex เพียงผู้เดียว กลไกการทำงานของระบบขึ้นลานอัตโนมัตินี้มาพร้อมกับฟังก์ชันตั้งวันที่ และประกอบด้วยแฮร์สปริง Parachrom สีฟ้าและชุดกลไกปล่อยจักร Chronergy นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพที่โดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความเที่ยงตรง การเดินโดยไม่ต้องไขลาน ความสะดวก และความน่าเชื่อถือ คาลิเบอร์ 3235 มาพร้อมสถาปัตยกรรมกระปุกลานและประสิทธิภาพอันเหนือชั้นของชุดกลไกปล่อยจักร ทำให้ความสามารถในการสำรองพลังงานเพิ่มขึ้นเป็น 70 ชั่วโมงโดยประมาณ

คาลิเบอร์ 3235 Rolex ในประเทศไทย - นำสว่าง
การรับรอง Superlative Chronometer Rolex ในประเทศไทย - นำสว่าง

การรับรอง Superlative Chronometer

Oyster Perpetual Datejust 41 ได้รับการรับรอง Superlative Chronometer เครื่องหมายสุดพิเศษนี้จะประดับอยู่บนนาฬิกาทุกเรือนที่ออกจากโรงงานผลิตของ Rolex เพื่อยืนยันถึงสมรรถนะอันเป็นเลิศเมื่อสวมใส่บนข้อมือ การรับรองมาตรฐานภายในนี้อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดโดยหน่วยงานอิสระของสวิตเซอร์แลนด์ และได้รับการยอมรับในระดับสากล

ในปี 2026 การรับรอง Superlative Chronometer ได้ปรับปรุงมาตรฐานให้เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยเพิ่มเกณฑ์การทดสอบใหม่ 3 ข้อ ได้แก่ ความต้านทานสนามแม่เหล็ก ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมทุกขั้นตอนของการออกแบบและการผลิตนาฬิกาแต่ละเรือน พร้อมมีการตรวจสอบและประเมินหลายร้อยครั้งให้มั่นใจว่าสมรรถนะของนาฬิกาทุกเรือนได้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เกณฑ์เหล่านี้เป็นส่วนเสริมของเกณฑ์ภายใต้มาตรฐานการรับรองที่ปรับปรุงใหม่ในปี 2015 โดยครอบคลุมด้านความเที่ยงตรง การกันน้ำ ระบบขึ้นลานอัตโนมัติ และพลังงานสำรอง ในปีดังกล่าว Rolex ได้จัดให้มีกระบวนการทดสอบพิเศษสำหรับนาฬิกาที่ผลิตเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยเป็นการทดสอบภายในโรงงานผลิต ด้วยอุปกรณ์ที่เป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด ข้อกำหนดด้านความเที่ยงตรงมีความเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยจะประเมินหลังจากประกอบกลไกการทำงานแล้ว และกำหนดให้ความเที่ยงตรงต้องอยู่ระหว่าง -2 และ +2 วินาทีต่อวัน อัตราเบี่ยงเบนที่ยอมรับได้ซึ่งแบรนด์กำหนดไว้สำหรับความเที่ยงตรงของนาฬิกาที่เสร็จสมบูรณ์แล้วนั้นเข้มงวดกว่าเกณฑ์การรับรองอย่างเป็นทางการที่กำหนดไว้สำหรับกลไกอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ สถานะ Superlative Chronometer ใช้ตราสัญลักษณ์กรีนซีลที่มาพร้อมนาฬิกา Rolex ทุกเรือนควบคู่กับการรับประกันคุณภาพระดับสากล 5 ปี